ออกอีกราย หงส์ปล่อยยืม มาร์โควิช เป็นที่เรียบร้อย

 

มาร์โควิช เริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชน โบรัค คาชัก ซึ่งอยู่แถวๆบ้านของเขานั่นเอง เมื่ออายุได้เพียง 12 ปี มาร์โควิช ได้เข้าร่วมฝึกกับทีมอย่าง ปาร์ติซาน เบลเกรด ในปี 2006 เขาใช้เวลาเพียง 5 ปี ก็สามารถผลักดันตัวเองให้ขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ของ ปาร์ติซาน ได้แล้ว โดยโค้ชอย่าง อเล็กซานดาร์ สแตนโนเวนิช ดึงเขาขึ้นไปเล่นในวันที่ 29 พฤษภาคม 2011 ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของศึก ซูเปอร์ลีก้า เขาได้สวมเสื้อเบอร์ 50 และถูกเปลี่ยนตัวลงไปในครึ่งหลัง ซึ่งเกมนั้นทีมของ มาร์โควิช ก็สามารถเอาชนะและคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

เมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2011 ลาซาร์ มาร์โควิช ได้สัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับ ปาร์ติซาน เป็นระยะเวลาทั้งหมด 5 ปี และก็ได้ลงเล่นเกมแรกในฐานะนักเตะอาชีพในฤดูกาล 2011-2012 ในเกมที่พบกับ สเคนดิจา ของรอบคัดเลือกศึก ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก แต่ในเกมนี้เขาได้ลงไปเล่นเพียงแค่ 3 นาทีสุดท้ายของเกม แต่เขาสามารถทำประตูแรกได้ และเมื่อ 15 กรกฏาคม 2014 ”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จัดการเซ็นสัญญา ลาซาร์ มาร์โควิช เข้าสู่ถิ่นแอนฟิลด์ ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์(ประมาน 1,100 ล้านบาท)
ล่าสุดสดๆร้อนๆ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมชื่อดังแห่งศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ตัดสินใจประกาศปล่อยตัวลาซาร์ มาร์โควิช มิดฟิลด์สัญชาติเซอร์เบีย ให้กับทีม “เดอะ ไทเกอร์” ฮัลล์ ซิตี้ สโมสรร่วมลีกด้วยสัญญายืมตัวจนสิ้นฤดูกาลนี้ หลังเจ้าตัวไม่สามารถพิสูจน์ผลงานหรือทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเข้าตากุนซือได้เลย ซึ่งช่วงที่ผ่านมา มาร์โควิช ถือว่าเป็นนักเตะพเนจรคนนึงทีเดียวเพราะตนเองถูกต้นสังกัดปล่อยยืมไปเล่นต่างแดนอยู่หลายครั้งด้วยกันทั้ง สปอร์ติ้ง ลิสบอน และ เฟเนร์บาห์เช่ บวกกับเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่เสมอจึงไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เต็มที่นัก จึงถูกส่งตัวกลับสู่ต้นสังกัดอย่าง ลิเวอร์พูล แต่ไม่ทันไรก็ถูกปล่อยตัวซบ ฮัลล์ ซิตี้ อีกแล้วเพื่อพาทีม “เดอะ ไทเกอร์” หนีตกชั้นให้ได้ในฤดูกาลนี้ โดย มาร์โควิช มีโอกาสแสดงลวดลายต่อหน้า เจอร์เก้น คล็อปป์ เฮดโค้ชคนปัจจุบันเพียงแค่ช่วง ปรี-ซีซั่น เท่านั้นก่อนจะถูกปล่อยยืมในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ มาร์โควิช เคยค้าแข้งอยู่กับ เบนฟิก้า ยักษใหญ่ของโปรตุเกสก่อนจะถูก 2 ทีมจากพรีเมียร์ลีก อย่าง ลิเวอร์พูล และ เชลซี ที่สนใจดาวโรจน์รายนี้มาร่วมทีม แต่ในที่สุดก็เป็น “หงส์แดง” ที่สามารถกระชากคว้าตัวเข้าสู่รังแอนฟิลด์ได้สำเร็จในเดือน กรกฎาคม ปี 2014 ด้วยมูลค่าเม็ดเงินทั้งหมด 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,100 ล้านบาท) ภายใต้การคุมทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือไอร์แลนด์เหนือ นั่นเอง

 

Related Post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *